1-2-hydro
ตุลาคม 20, 2018, 03:43:08 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: สอบถาม สินค้า หรือปัญหาอื่นๆ เชิญ โพส ได้เลย หรือ ติดต่อ โดยตรงที่
084-7394128
หรือ parnu@1-2-hydro.com
ต้องการกลับหน้าหลัก กด www.1-2-hydro.com
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 11
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลูกผัก ไฮโดรโปนิกส์ แบบง่ายๆ หลายวิธีการ( เพิ่ม 26/8/57)  (อ่าน 228259 ครั้ง)
pintong
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 586


« เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2011, 05:27:33 PM »

ผมเอารูปการปลูกผัก ไฮโดรโปนิกส์ แบบง่ายๆ มาให้ดู ครับ


เป็นรูปการปลูกแบบในน้ำโดยตรง และแบบในวัสดุปลูก


เป็นแปลงปลูกในน้ำที่ใช้ท่อ pvc ทำ มีถังใส่สารละลายอยู่ข้างล่าง
ใช้พลาสติกดำคลุม กัน กระทบแดดโดยตรง เพื่อไม่ให้ร้อนมาก


แปลงปลูกใช้โฟมเนื้อละเอียด เจาะรู และต่อท่อสารละลาย เข้า 4 เส้น
โดยแปลงปลูก วางอยู่บนที่รองรับ ในกะบะน้ำ ซึ่งปริ่มน้ำพอดี


ข้างใต้แปลงมีท่อน้ำล้น ต่อลงมาให้ตกใส่ถัง ข้างในแปลง บุด้วยโฟมหนา 1 นิ้ว โดยรอบ
และ เอาพลาสติกดำปูทับอิกที ถึงจะใส่น้ำลงไป จนล้นออกจากท่อล้น



แปลงปลูกมุงหลังคา ง่ายๆ ใช้พลาสติกที่กรองรังสี uv มุง


ถั่วผักยาว และ แตงกวา ที่ปลูกในวัสดุปลูก ทราย + แกลบดิบ
รดด้วยสารละลาย จากท่อน้ำน้ำหยด


วัสดุปลูกอยู่ในถุงสีขาว


มะเขือเทศที่ปลูกในน้ำ แบบไม่เติมอากาศ อาศัยช่องว่างประมาณ 1-2 นิ้ว
เพื่อให้ราก พัฒนาเป็นรากอากาศ


ผักสลัดที่ปลูกแบบไม่หมุนเวียนเหมือนกัน ข้างล่างเป็นกะละมังใส่สารละลาย


มะเขือเทศปลูกในน้ำเหมือนกัน แบบไม่หมุนเวียน
ต้นนี้ถูกเพลี้นกิน โปรดสังเกตุใบ หงิกงอ ถ้าอากาศร้อนก็จะมีเพลี้ยมาก

วันหลังผมจะถ่ายรายละเอียดต่างๆมาให้อิก
ถ้าท่านใดสนใจ กรุณาสอบถามรายละเอียดได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 26, 2014, 07:13:18 PM โดย pintong » บันทึกการเข้า
pintong
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 586


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2011, 09:45:45 AM »

ผมเอารูปผักที่ปลูกมาเพิ่มให้ดูเปรียบเทียบครับ










ทั้ง สี่ รูป ข้างบนนี้ เป็นการปลูกแบบไม่เติมอากาศ และน้ำไม่หมุนเวียน
ใช้แผ่นโฟมวางบนกาละมัง ใส่สารละลาย อาศัยช่องว่างระหว่างแผ่นโฟม กับน้ำ เป็นที่สำหรับรากอากาศ
ซึ่งพัฒนาแล้ว ของต้นผักสลัด


















จะเห็นว่าในระยะ 3-4 วัน มีการเจริญเติบโตที่เร็วมากครับ


( ผักปลูกวันที่ 19 กค. 54 ครับ )


เอารูปมาเพิ่มครับ เพื่อดูว่า ระยะ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร














จะเห็นว่ามีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมากครับ
จะครบอายุ เก็บเกี่ยว 19 สค นี้ ครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2011, 07:23:41 AM โดย pintong » บันทึกการเข้า
jukgree
Newbie
*
กระทู้: 38


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2011, 11:50:57 PM »

สวัสดีครับ ผมจักรี ครับ
      ผมได้ทดลองปลูกเองแบบน้ำไม่หมุนเวียนเพราะพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย  ตั้งแต่เริ่มเพาะเมล็ดจนป่านนี้ก็เกือบเดือนแล้วครับต้นไม่โตเลย  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกล้าเมล็ดกับปุ๋ยด้วยหรือเปล่าครับ  เพราะผมซื้อปุ๋ยแบบสำเร็จมาแต่ไม่ใช่ปุ๋ยสำหรับปลูกผักไฮโดรโดยตรงแถมเจ้าของร้านใจดีแถมเมล็ดผักมาให้ด้วย ซึ่งผมคิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องปุ๋ยหรือเปล่าครับผักไม่โตสักที  และรากไม่งอกเลยครับเหมือนรากจะเน่าด้วยครับ
ตอนนี้ผมตั้งใจจะทดลองปลูกใหม่ เห็นภาพที่คุณปลูกแบบน้ำไม่หมุนเวียนก็มีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง  แต่ผมยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องรากอากาศ ว่าควรต้องทำยังไง
เอาเป็นว่าผมอยากให้คุณช่วยบอกตั้งแต่เรื่องเพาะเมล็ดยังไงให้งอกไว แข็งแรง การผสมปุ๋ย จนถึงขั้นลงปลูกครับ
ผมตั้งใจจะสั่งซื้อปุ๋ย+พร้อมกับเมล็ดผัก  ขอเป็นชุดปุ๋ยสำเร็จเลยนะครับ ไม่ทราบขายยังไงครับ   ยังไงรบกวนด้วยนะครับ หรือถ้าสะดวกติดต่อกลับ 084-4263800 ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 21, 2011, 12:19:57 AM โดย jukgree » บันทึกการเข้า
pintong
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 586


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2011, 08:39:32 AM »

สวัสดีครับ คุณจักรีและ เพื่อนๆทุกคนครับ
 ผมใคร่ขออธิบายเรื่องที่คุณจักรีสอบถามครับ เอาเรื่องปุ๋ยก่อน การปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ จะต้องใช้ปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์โดยตรง
ถึงจะไม่ใช้ของผมก็ได้ไม่มีปัญหา เพราะปุ๋ยไฮโดร ทำมาโดยมีการคิดอัตราส่วน ระหว่าง แร่ธาตุต่างๆ ที่เหมาะสม โดยตั้งสมมุติฐาน
ว่า ในน้ำนั้นไม่มีแร่ธาตุอาหารพืชอยู่เลย และในปุ๋ยจะมีทั้งอาหารรองและจุลธาตุ ครบหมด ในสัดส่วนที่สมดุล
และไม่มีปฏิกริยาต่อกัน ในอันที่จะทำให้เสื่อมสภาพ หรือขัดขวางการนำไปใช้ของพืช ส่วนปุ๋ยทั่วๆไป ถึงจะเป็นปุ๋ยน้ำก็ตาม ไม่ได้คำนึงถึง
ประเด็นที่กล่าวมาข้างต้น เนื่องจากคิดคำนวณในพื้นฐานที่ว่า ในดินมีแร่ธาตุอาหารต่างๆอยู่บ้างแล้ว แต่ อาจจะขาดบางอย่างไปเมื่อเห็น
พืชแสดงอาการ จึงให้ปุ๋ยสูตรต่างๆเข้าไปตามความต้องการ และ อิกอย่างส่วนมากปุ๋ยทั่วไปจะไม่มีอาหารรอง และจุลธาตุ
และอิกอย่าง เช่น ปุ๋ยสูตรเสมอทั้ง 3 ตัว ผมคิดว่าพืชมันคงไม่สามารถนำไปใช้ อย่างเสมอทั้ง 3 ตัวได้แน่นอน เวลาคนเรากินอาหาร
คงไม่มีใคร ใส่ น้ำปลา 1 ช้อน น้ำตาล 1 ช้อน พริก 1 ช้อน ผงชูรส 1 ช้อน ถ้าใครมันกินอาหาร เสมอกันหมด ถ้ามันไม่บ้า
มันก็คงบรรลุอรหันต์แล้วแน่นอน และอิกอย่าง ปุ๋ยโดยทั่วไป ถ้าต้องการ ไนโตรเจน โดยส่วนมากก็จะเอามาจากแอมโมเนีย
เพราะมีราคาถูก กว่า ประเภท ไนเตรท แต่การให้ประโยชน์มันต่างกัน เรื่องปุ๋ยมันยาวมากเอาแค่นี้ก่อน
เรื่องเมล็ดพันธุ์ ถ้าเราซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ทำมาเฉพาะ ก็ดี ที่ได้ตรงตามสายพันธุ์แน่นอน เปอร์เซนต์การงอกสูงเพราะผ่านการกระตุ้นมาแล้ว
แต่ที่สำคัญคือมีราคาแพงมาก ถ้าเพาะไม่ถูกวิธีมันก็ไม่งอกเหมือนกัน
ผมใช้เมล็ดพันธุ์ที่ขายโดยทั่วไปนี่แหละครับ เลือกเอาที่น่าเชื่อถือได้หน่อย ซองละ 10-20 บาท วิธีการเพาะก็คือ
ถ้าเราต้องการเพาะ 100 ต้น เราก็เพาะเผื่อ สัก 150 ต้น เอาเศษผ้าขนหนูเป็นผืน มาชุบน้ำให้ชุ่มไม่ต้องบิด แล้วเอาวางบนถาด
อะไรก็ได้ เอาเมล็ดที่เตรียมไว้โรยลงไป แล้วหาอะไรมาปิดไว้ให้มิดชิด หมั่นคอยเปิดดูทุกวัน  ระหว่างนี้ก็เตรียมฟองน้ำ ก็เป็นฟองน้ำ
ที่ใช้ในการก่อสร้าง ก้อนละ 6-7 บาทนั้นแหละครับ เอามา กรีดให้เป็น สี่เหลี่ยม 1*1 นิ้ว อย่าให้ขาด เอาเกือบขาด แล้วกรีดตรงกลางอิก
 1 รอย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 21, 2011, 08:42:04 AM โดย pintong » บันทึกการเข้า
pintong
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 586


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2011, 09:03:37 AM »

****ต่อครับ****
พอกรีดแล้ว ก็เอาฟองน้ำไปขยำในน้ำ แล้วเปลี่ยนน้ำหลายๆครี้ง แล้วแช่น้ำไว้ ไปครวจดูว่าเมล็ดที่เพาะไว้เริ่มงอกหรือยัง ถ้าเห็นเริ่มงอกแล้ว
(มีการเปลี่ยนแปลง เช่นแตกรากเล็กๆหรือมีขุยขาวๆ) อย่ารอให้งอกยาว ต้องเริ่มงอกจริงๆ ก็เอาไม้จิ้มฟัน เลือกเขี่ยเอาเมล็ดที่มันงอกก่อน
และใหญ่ๆกว่าเพื่อน มาใส่ในรอยกรีด ตรงกลางก้อนฟองน้ำก้อนเล็กๆอย่าให้ลึกหรือตื้นเกินไป เอาทางรากลง แล้วเอาฟองน้ำไปวางในถาดพลาสติก เอาไปตากแดดจัดๆเลย รดน้ำให้ชุ่ม และให้มีน้ำประมาณ ครึ่งก้อนฟองน้ำ การที่ตากแดดจัดมีเหตุผลคือ
1. ต้นกล้าผักที่ได้จะไม่สูง ถ้าไม่โดนแดดต้นกล้าจะยืดสูง
2. ต้นกล้าจะเคยชินกับสภาพที่โดนแดดจัด เวลาปลูกลงแปลงจะไม่เหี่ยว และไม่ต้องใช้ซาแลนบังแดด เหมือนกับที่ผมปลูกสลัดแดง
ทำอย่างนี้ก็จะได้ต้นกล้าร้อยเปอร์เซนต์ และเป็นกล้าที่สมบูรณ์
รอ จนมีใบเลี้ยงออกมา และมีสีเขียว จึงผสมปุ๋ยอย่างเจือจาง ถ้าเป็นของผม ก็ใข้ 3 ซีซี ต่อ 1 ลิตร โดยการริน หรือเท น้ำในถาดออก
แล้วเอาน้ำที่ผสมปุ๋ยใส่แทน โดยรดลงบนก้อนฟองน้ำให้ทั่วๆทุกต้นกล้า ให้ระดับน้ำ ประมาณ ระดับครึ่งก้อนฟองน้ำ
โดยให้อยู่กลางแดดตลอด ทั้งวัน
( มันจะมีตะไคร้น้ำ ก็ไม่เป็นไร ปล่อยมัน ) รอจนเริ่มมีใบจริงแตกออกมา รากยาวทะลุก้อนฟองน้ำแล้ว ก็สมควรย้ายลงแปลงปลูกถาวร
ต่อไป
*****************แล้วผมจะมาต่อให้ครับ*******************
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 21, 2011, 09:11:35 AM โดย pintong » บันทึกการเข้า
jukgree
Newbie
*
กระทู้: 38


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2011, 10:43:08 AM »

ขอบคุณมากๆเลยครับ หูตาสว่างเรื่องปุ๋ยทันทีครับ รอติดตามครับ   ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
pintong
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 586


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2011, 08:14:12 AM »

*******มาต่อครับ*********
จะปลูกโดยวิธีน้ำไม่หมุนเวียน
-  การที่เราให้น้ำหมุนเวียนก็เพื่อเป็นการทำให้รากพืชได้รับ อากาศ ถ้ารากพืชไม่ได้รับอากาศก็จะเน่า ฉะนั้นเราจึงต้องหมุนเวียนน้ำใหม่ให้เข้ามาแทนที่ โดยน่ำเก่าที่ ออกไป ก็จะตกลงไปถังข้างล่างซึ่งการเคลื่อนไหวและการตกของน้ำ ทำให้อากาศ เข้าไปผสมกับน้ำ
-  อุณหภูมิ ที่สูง มีผลทำให้ อากาศที่ละลายในน้ำลดลง ตามสัดส่วนของอุณหภูมิ ฉะนั้นไม่ว่าจะปลูกวิธีไหน อุณหภูมิ เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก

*****ดังนั้น****
ถ้าปลูกแบบน้ำไม่หมุนเวียน ก็จะต้อง
1.  ให้รากพืชได้รับอากาศ
2.  ป้องกันไม่ให้ อุณหภูมิ ของน้ำสูง

*****วิธีการ*****

1.  ให้มีช่องว่างระหว่าง แผ่นโฟมที่ปลูก กับผิวน้ำ เพื่อรากพืชส่วนนั้นได้รับอากาศ ( แต่ไม่ใช่อากาศที่แห้ง ต้องเป็นอากาศที่มีความชื้นสูง
    ประมาณ 80-90 เปอร์เซนต์ ถ้าเป็นอากาศแห้ง รากพืชส่วนนั้นก็จะแห้ง ถ้าแห้ง ส่วนที่อยู่ต่ำลงไปก็ไม่สามารถส่ง อาหารขึ้นมา
    ได้ ก็จะตาย ) ฉะนั้นแผ่นโฟมและถังน้ำต้องปิดมิดชิด เพื่อรักษาความชื้น
2.  ป้องกันไม่ให้ อุณหภูมิ น้ำสูง โดยการ ทำแผ่นปลูกให้กว้าง (ใหญ่) กว่าถังใส่น้ำ(สารละลาย) เพื่อบังแสงแดดไม่ให้กระทบกับถังโดย

ตรง
โปรดสังเกตุรูปเหล่านี้ครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 11, 2011, 03:19:31 PM โดย pintong » บันทึกการเข้า
pintong
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 586


« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2011, 08:37:34 AM »

ทั้ง สอง รูปข้างบนเป็นที่ปลูกอันเดียวกัน เอาผักสลัดแดง ออก แล้วจึงปลูกคะน้าแทน
การที่ผมเอาคะน้าแทน เพราะคะน้าต้องการปุ๋ยที่เข้มข้นกว่า ผักสลัดมาก เลยเอาแทนลงไปเลย ไม่เปลี่ยนน้ำทิ้ง
เพียงเพิ่มน้ำให้ได้ระดับที่ต้องการเท่านั้น

*****ข้อสังเกตุ****
1.  แผ่นโฟมใหญ่กว่ากะละมัง สารละลายมาก เพื่อบังแดด
2.  รูปที่ 2 จะ สังเกตุเห็นช่อง 2 ช่องไว้สำหรับเติมปุ๋ย
3.  รอยวงกลม 2-3 รอย เป็นรอย ขวดใส่น้ำเอาวางทับแผ่นโฟมไว้ไม่ให้ปลิว และให้แนบกับขอบกะละมัง
4.  ที่เจาะรูปลูก ลักษณะอย่างนั้น ก็เพราะ ข้างใต้มี กะละมัง 2 อัน วางเรียงกัน

*****วิธีการปลูก*****
1.  ใส่น้ำที่ผสม ปุ๋ย A + B อย่างละ 3-5 ซีซี ต่อ ลิตร( แล้วแต่ชนิดของพืช ) ลงในถังปลูกให้เต็มปริ่ม
     (ถังปลูกไม่ควรลึกเกินไป เพราะถ้าลึกเกินในระดับน้ำที่ลึกจะมีอากาศน้อยโอกาศที่ปลายรากพืชจะเน่ามีมากและถ้าตื้นเกินไป
      อุณหภูมิก็จะเปลี่ยนแปลงง่าย ก็กะเอาพอดีๆ)

2.  เอาแผ่นโฟมปลูกที่เจาะรูแล้ววางลงไป สังเกตุน้ำจะต้องกระทบแผ่นโฟม แล้วใส่ต้นกล้าที่เพาะลงไป จะใส่จากข้างล่างขึ้นมาหรือจากข้างบนลงไปก้ได้ ขอให้รากอย่าติดค้างข้างบนก็พอ
บันทึกการเข้า
pintong
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 586


« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2011, 09:13:37 AM »

*******ต่อครับ********

ใส่ต้นกล้าแล้ว หาอะไรมาวางทับ(ถ้าทำแบบง่ายๆ) ไม่ให้โฟมปลิว แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้สัก 4-5 วัน สังเกตุดูว่าพืชเจริญเติบโตขึ้นมากก็สมควรเพิ่มปุ๋ยอิกเล็กน้อย(แล้วแต่ความหนาแน่นของพืช)
วิธีการเพิ่มปุ๋ย
1.  ในที่นี้สมมุติว่าผมต้องการเพิ่มปุ๋ย อิก อย่างละ 2 ซีซี ( A = 2 CC +  = 2 cc ) รวม เป็น 4 ซีซี ก็ ทำโดยการ ใช้หลอดฉีดยาขนาดใหญ่ 60 ซีซี ดูดน้ำสารละลายในถังปลูก( ตามช่องที่เจาะรูไว้ ซึ่งปิดได้ ) ออกทิ้งไป 4 ซีซี แล้ว ดูดออกมาใส่ ภาชนะอื่น อิกประมาณ 200 ซีซี ใส่ ปุ๋ย A 2 ซีซี คนให้เข้ากัน แล้วใส่ปุ๋ย B 2 ซีซี คนให้เข้ากัน แล้วเทกลับลงไปในถัง พยายามทำอย่างใด อย่างหนึ่งให้มันเข้ากัน
ก็เสร็จ ( ถ้าทำแบบยกแผ่นปลูก ออกได้ ก็จะง่ายกว่านี้ )
******หลักการคือ*****
จะใส่ปุ๋ยเท่าไหร่ก็เอาน้ำออกมาทิ้งเท่านั้น เพื่อรักษาช่องว่าง ซึ่งมันเกิดขึ้นให้เป็นไปตามธรรมชาติของมัน
**ปุ๋ยต้องค่อยเพิ่มทีละน้อย ตามการเจริญเติบโตของพืช**
ถ้าอิกประมาณ 10 วันจะเก็บเกี่ยว ช่องว่าง ควรจะมีระยะไม่ต่ำกว่า 1 นิ้ว ( ช่องว่างมีผลต่อการเจริญเติบโตมาก )
***พืชจะพัฒนาราก ของมันเพื่อเป็นรากอากาศโดยวิธี ธรรมชาติ แบบค่อยเป็นค่อยไป****
ก่อนเก็บเกี่ยว ประมาณ 3 วัน ควรเปลี่ยนไปแช่ในน้ำเปล่า แทนสารละลาย เพื่อให้พืชใช้แร่ธาตุต่างๆ ที่สะสมไว้จนหมด

***ทั้งหมด ควรจะมีการเพิ่มปุ๋ย ประมาณ 3 ครั้ง******

การที่สารละลายมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนประกอบที่รวดเร็วและมาก มีผลกระทบต่อพืช


ผมคิดว่าน่าจะจบได้แล้วครับ ถ้าเพื่อนๆท่านใด ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมจุดไหน
ก็สอบถามมาได้ครับ

อนึ่งทั้งหมดที่เขียนมา ไม่เกี่ยวกับ วิชาการ หรือ นักวิชาการทั้งสิ้น
เป็น ตรรก และ ประสบการณ์ เพียวๆครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 09:16:55 AM โดย pintong » บันทึกการเข้า
jukgree
Newbie
*
กระทู้: 38


« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2011, 07:21:25 PM »

ขอบคุณมากครับ  ได้ความรู้มากๆเลย  พร้อมที่จะลุยแล้ว  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 07:23:53 PM โดย jukgree » บันทึกการเข้า
pintong
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 586


« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2011, 07:49:19 PM »

คุณจักรี
ผมส่งปุ๋ยให้ไปแล้วนะครับ
บันทึกการเข้า
jukgree
Newbie
*
กระทู้: 38


« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 07:14:05 PM »

ได้รับปุ่ยแล้วครับ ช่วงนี้รอวันแแดดออกครับ จะได้เริ่มเพาะกล้า ฝนตกทั้งวันเลย  ยิงฟันยิ้ม

ได้เรื่องยังไงจะมาส่งการบ้านเน้อครับ อาจารย์  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
pintong
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 586


« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 07:45:07 PM »

ได้รับปุ่ยแล้วครับ ช่วงนี้รอวันแแดดออกครับ จะได้เริ่มเพาะกล้า ฝนตกทั้งวันเลย  ยิงฟันยิ้ม

ได้เรื่องยังไงจะมาส่งการบ้านเน้อครับ อาจารย์  ยิ้มเท่ห์
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
jukgree
Newbie
*
กระทู้: 38


« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2011, 08:59:37 PM »

สวัสดีครับคุณภาณุ

ผมนำรูปผักที่ทดลองปลูกมาให้ช่วยคอมเมนต์ครับ ตามรูปผักที่ผมปลูกลำต้นและใบดูไม่แข็งแรงเลยครับ เหมือนลำต้นจะยืดหาแสงหรือเปล่าครับ
และอีกอย่างนึงตอนผมลงปลูกครั้งแรกผมไม่ได้เติมปุ๋ยเลยประมาณ 15 วัน คือพอดีผมติดอบรมยาวก็เลยลงปลูกทิ้งไว้ซึ่งการไม่ได้เติมปุ๋ยช่วงที่ต้นกล้ากำลังเจริญเติบโตมีผลต่อลำต้นและใบมากน้อยแค่ไหนครับ ผมอยากปลูกออกมาให้สวยเหมือนคุณภาณุบ้างครับ  รบกวนช่วยแนะนำหน่อยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงในครั้งต่อไป
ขอบคุณมากครับ


* 2.jpg (117.47 KB, 761x573 - ดู 1431 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2011, 09:10:09 PM โดย jukgree » บันทึกการเข้า
jukgree
Newbie
*
กระทู้: 38


« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2011, 09:12:24 PM »

ผมทำรูปใหญ่เหมือนคุณภาณุไม่เป็นครับ


* 1.jpg (112.39 KB, 766x571 - ดู 2495 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!